เลิกบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีงานค้างอยู่ ทำอย่างไร?

กรณีศึกษา: เลิกบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีงานค้างอยู่ ทำอย่างไร?

สรุปสั้น 5 ข้อ

– ต้องแจ้งเจ้าของงานทุกรายก่อนหยุดรับงานใหม่ และทำสัญญาโอนงานหรือชดใช้ค่าเสียหายให้ครบ

– หนังสือค้ำประกันผลงาน (Performance Bond) ต้องคืนหรือบอกเลิกก่อนยื่นเลิกบริษัท

– ลูกจ้างต้องได้รับค่าชดเชยตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน ก่อนปิดกิจการ

– ยื่นเลิกบริษัทต่อ DBD ภายใน 14 วันหลังมติพิเศษ แล้วดำเนินกระบวนการชำระบัญชีต่อ

– ระยะเวลาชำระบัญชีธุรกิจก่อสร้างโดยเฉลี่ย 6–18 เดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนงานค้าง

 

ทำไมการเลิกบริษัทรับเหมาก่อสร้างถึงซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป?

บริษัทรับเหมาก่อสร้างมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้การเลิกกิจการซับซ้อน คือสัญญาจ้างงานมักมีอายุยาวหลายเดือนถึงหลายปี มีเงินมัดจำ เงินประกันผลงาน และหนังสือค้ำประกันจากธนาคารผูกพันอยู่ เมื่อผู้ประกอบการตัดสินใจปิดบริษัท สิ่งที่ต้องจัดการไม่ใช่แค่ยื่นเอกสารต่อราชการ แต่ต้องแก้ไขภาระผูกพันทางสัญญาทั้งหมดให้เรียบร้อยเสียก่อน มิเช่นนั้นอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้แม้หลังจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว

นอกจากนี้ ธุรกิจก่อสร้างยังมักมีลูกจ้างจำนวนมาก ทั้งพนักงานประจำและแรงงานรายวัน ซึ่งต้องดำเนินการด้านแรงงานให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนปิดกิจการด้วย

ขั้นตอนที่ 1: สำรวจและจัดการสัญญางานค้างทั้งหมด

ก่อนยื่นเลิกบริษัท ต้องทำ ‘ทะเบียนสัญญา’ รวบรวมงานทุกโครงการว่ายังค้างอยู่เท่าใด แต่ละสัญญามีมูลค่าเท่าไร เงินค้ำประกันถูกหักไว้เท่าไร และกำหนดส่งมอบงานเมื่อไร จากนั้นเลือกแนวทางใดแนวทางหนึ่ง ได้แก่ (1) เจรจาให้เจ้าของงานยอมรับงานบางส่วน (Partial Acceptance) พร้อมชดใช้ค่าเสียหายส่วนที่เหลือ (2) โอนสัญญาให้ผู้รับเหมารายอื่นรับช่วงต่อ (Assignment of Contract) หรือ (3) ดำเนินงานให้แล้วเสร็จก่อนยื่นเลิกบริษัท

กรณีโอนสัญญา ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของงาน (ปพพ. มาตรา 306) และต้องแจ้งให้ธนาคารที่ออกหนังสือค้ำประกันทราบด้วย ควรให้ทนายความตรวจสอบข้อสัญญาก่อนทำการโอน เพราะสัญญาก่อสร้างบางฉบับมีข้อห้ามโอนสิทธิ

ขั้นตอนที่ 2: คืนหนังสือค้ำประกันและเงินประกันผลงาน

หนังสือค้ำประกันผลงาน (Performance Bond) ที่ออกโดยธนาคารมีผลผูกพันต่อเนื่องแม้บริษัทจะจดทะเบียนเลิกไปแล้ว ธนาคารจะไม่ยกเลิก Bond ให้จนกว่าเจ้าของงานจะลงนามปลดภาระ ดังนั้นต้องดำเนินการ: (1) ส่งมอบงานและรับหนังสือตรวจรับงานจากเจ้าของโครงการ (2) รอครบระยะประกันผลงาน (Defect Liability Period) ซึ่งปกติ 1 ปี (3) รับเงินประกันผลงานคืนและให้ธนาคารยกเลิก Bond

หากมีข้อพิพาทเรื่องงานบกพร่องระหว่างระยะประกัน ต้องแก้ไขหรือชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของงานก่อน ห้ามทิ้งงานเด็ดขาด มิเช่นนั้นผู้ชำระบัญชีอาจถูกฟ้องร้องในนามบริษัทได้

ขั้นตอนที่ 3: จัดการลูกจ้างและแรงงานสัมพันธ์

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 กำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ดังนี้: ทำงาน 120 วัน – 1 ปี ได้ 30 วัน, 1–3 ปี ได้ 90 วัน, 3–6 ปี ได้ 180 วัน, 6–10 ปี ได้ 240 วัน, 10–20 ปี ได้ 300 วัน, 20 ปีขึ้นไป ได้ 400 วัน นอกจากนี้ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 รอบการจ่ายเงิน (มาตรา 17) หรือจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าแทน

สำหรับแรงงานรายวัน ต้องตรวจสอบว่ามีสัญญาจ้างประเภทใด หากเป็นลูกจ้างรายวันที่ทำงานต่อเนื่องเกิน 120 วัน ก็มีสิทธิ์รับค่าชดเชยเช่นกัน ควรปรึกษานักกฎหมายแรงงานเพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทที่อาจล่าช้ากระบวนการปิดกิจการ

ขั้นตอนที่ 4: ยื่นเลิกบริษัทและดำเนินการชำระบัญชี

เมื่อจัดการภาระผูกพันทั้งหมดแล้ว ดำเนินการตามขั้นตอน ปพพ. มาตรา 1236–1273 ดังนี้: (1) จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีมติพิเศษเลิกบริษัท (ต้องมีเสียง 3 ใน 4 ของผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิ์ออกเสียง) (2) ยื่นแบบ บอจ.4 และ บอจ.5 ต่อ DBD ภายใน 14 วัน (3) ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย 1 ครั้ง (4) ส่งหนังสือแจ้งเจ้าหนี้ทุกราย (5) ผู้ชำระบัญชีจัดทำงบดุลและรายงานชำระบัญชี (6) จัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบชำระบัญชีและยื่น บอจ.5/1 ปิดบัญชี

ต้องแจ้งกรมสรรพากรเพื่อยื่น ภ.พ. 09 ยกเลิก VAT (ภายใน 15 วันหลังเลิกกิจการ) และยื่น ภ.ง.ด. 50 ฉบับสุดท้าย ภายใน 150 วันนับจากวันที่เลิกกิจการ

ขั้นตอนที่ 5: ภาษีที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับธุรกิจก่อสร้าง

ธุรกิจก่อสร้างมีประเด็นภาษีเฉพาะที่ต้องระวัง ได้แก่ (1) VAT จากงานก่อสร้างที่ยังค้างส่งมอบ — ต้องออกใบกำกับภาษีให้ครบก่อนยื่น ภ.พ. 09 (2) ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% จากค่าจ้างรับเหมา ต้องยื่น ภ.ง.ด. 53 ให้ครบ (3) หากมีการขายทรัพย์สิน เช่น เครื่องจักร รถบรรทุก ต้องคำนวณกำไรจากการจำหน่ายทรัพย์สินและรวมในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (4) สำรองค่าประกันผลงาน (Warranty Reserve) ที่ตั้งไว้ต้องปรับปรุงให้ถูกต้องในงบชำระบัญชี

รายการ ระยะเวลา หน่วยงาน ค่าธรรมเนียม
มติพิเศษเลิกบริษัท วันที่ตัดสินใจ ประชุมผู้ถือหุ้น
ยื่น บอจ.4 + บอจ.5 ภายใน 14 วัน DBD (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า) ไม่มี
ประกาศหนังสือพิมพ์ ภายใน 14 วัน หนังสือพิมพ์รายวัน ~2,000–5,000 บาท
ยกเลิก VAT (ภ.พ.09) ภายใน 15 วัน กรมสรรพากร ไม่มี
ยื่น ภ.ง.ด.50 ฉบับสุดท้าย ภายใน 150 วัน กรมสรรพากร ไม่มี
จดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี หลังชำระบัญชีครบ DBD ไม่มี

 

⚠ ⚠️ ข้อควรระวัง: ห้ามทิ้งงานโดยไม่แจ้ง

การทิ้งงานก่อสร้างโดยไม่แจ้งเจ้าของงานถือเป็นการผิดสัญญา อาจถูกเรียกค่าเสียหายได้

ผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่รับผิดชอบส่วนตัวหากไม่ดำเนินการชำระหนี้ให้ครบถ้วน

การโอนทรัพย์สินออกจากบริษัทก่อนชำระหนี้ครบถ้วนอาจเข้าข่ายโกงเจ้าหนี้ (ปพพ. มาตรา 237)

 

📋 กรณีศึกษา: บริษัท ก้าวหน้าก่อสร้าง จำกัด

สถานการณ์: บริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดกลาง มีงานค้าง 3 โครงการ มูลค่ารวม 15 ล้านบาท

ปัญหา: Performance Bond ยังไม่ได้คืน เจ้าของงาน 1 รายไม่ยอมรับมอบงาน

การแก้ไข: จ้างผู้รับเหมารายอื่นทำงานส่วนที่ค้างให้เสร็จ เจรจาชดใช้ค่าเสียหาย 300,000 บาท

ผลลัพธ์: ดำเนินการชำระบัญชีได้สำเร็จภายใน 14 เดือน ไม่มีคดีความ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ถ้ายังมีงานค้าง สามารถยื่นเลิกบริษัทได้เลยหรือไม่?

A: ยื่นเลิกบริษัทได้ แต่ผู้ชำระบัญชีต้องดำเนินการจัดการสัญญาค้างให้เสร็จสิ้นก่อนปิดบัญชีชำระบัญชี การยื่น บอจ.4 เป็นเพียงการแจ้งเจตนาเลิกบริษัท กระบวนการชำระบัญชียังคงดำเนินต่อไป

Q: Performance Bond จะหายไปเองหลังเลิกบริษัทหรือเปล่า?

A: ไม่ใช่ Performance Bond ยังคงมีผลผูกพันตามอายุที่ระบุในหนังสือค้ำประกัน ธนาคารจะยกเลิกก็ต่อเมื่อได้รับหนังสือปลดค้ำประกันจากผู้รับประโยชน์เท่านั้น

Q: ลูกจ้างรายวันในไซต์งานมีสิทธิ์ค่าชดเชยไหม?

A: มีสิทธิ์หากทำงานต่อเนื่องเกิน 120 วัน แม้จะเป็นสัญญารายวัน ต้องตรวจสอบประวัติการทำงานจริงก่อนจ่ายค่าชดเชย

Q: ต้องแจ้งกรมแรงงานก่อนเลิกจ้างหรือไม่?

A: หากเลิกจ้างพนักงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องแจ้งพนักงาน สหภาพแรงงาน และเจ้าหน้าที่แรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน (พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน มาตรา 121)

Q: ใบอนุญาตก่อสร้าง (ใบ กสน.) ต้องคืนหรือไม่?

A: ต้องแจ้งหน่วยงานท้องถิ่นที่ออกใบอนุญาต และยกเลิกใบอนุญาตประกอบธุรกิจก่อสร้างที่กรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย

Q: ถ้าบริษัทมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ยังจดทะเบียนเลิกได้ไหม?

A: ถ้าหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน ต้องพิจารณายื่นล้มละลายแทนการชำระบัญชีทั่วไป ควรปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิงกฎหมาย

– ปพพ. มาตรา 1236–1273 (เลิกบริษัทและชำระบัญชี)

– พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 (ค่าชดเชย)

– ประมวลรัษฎากร มาตรา 77/2 (VAT)

– ปพพ. มาตรา 306 (การโอนสิทธิเรียกร้อง)